วัยทำงานเป็นช่วงอายุที่เราจะทุ่มเทกับการสร้างตัวตามเป้าหมายชีวิต ด้วยความเร่งรีบและภาระที่รัดตัวหลายอย่าง ทำให้คนวัยนี้มักละเลยที่จะดูแลสุขภาพ เพราะให้ความสำคัญกับงานเป็นหลักและความที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ปัญหาสุขภาพจึงมีไม่มากจนทำให้รู้สึกชะล่าใจ ใช้ชีวิตหนักหน่วงและสะสมปัญหาสุขภาพไปเรื่อยๆ จนแสดงออกชัดเจนเมื่อร่างกายเริ่มรับไม่ไหว หรือเมื่อมีอายุมากขึ้น
ปัญหาสุขภาพมักมาจากการไม่ดูแลคุณภาพชีวิตในเรื่องที่เป็นพื้นฐาน ยิ่งอยู่ในวัยทำงานที่ชีวิตส่วนใหญ่ต้องนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะแทบทั้งวัน พักผ่อนน้อย และมีความเครียดสูง ยิ่งควรใส่ใจกับการดูแลเรื่องโภชนาการ ตามคำกล่าวที่ว่า You are what you eat หรือกินแบบไหนก็ได้แบบนั้น สิ่งที่คุณกินเข้าไปมีโอกาสเป็นทั้งสารอาหารที่มีประโยชน์ ให้พลังงานกับร่างกาย และสามารถเป็นสารที่ให้โทษต่อร่างกายได้เช่นกัน
สารบัญ
Toggleแนะนำ 5 สารอาหารที่วัยทำงานต้องการ ยิ่งทานยิ่งดีต่อร่างกาย
- วิตามินดี สามารถสังเคราะห์ได้จากการรับแสงแดด แต่ด้วยการใช้ชีวิตที่อยู่ในอาคารมากขึ้น ทำให้มีโอกาสได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันและการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย การเสริมวิตามินดีจากอาหารหรืออาหารเสริมอาจเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่ไม่สามารถรับแสงแดดได้เพียงพอ
– อาหารที่อุดมด้วยวิตามินดี ได้แก่ ไข่แดง ธัญพืช เห็ด ตับ น้ำมันตับปลาและปลาที่มีน้ำมันสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า
- ธาตุเหล็ก เป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ซึ่งทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ต่าง ๆ การได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอจะช่วยลดโอกาสเกิดอาการอ่อนเพลีย และป้องกันโรคโลหิตจางได้
– อาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก ได้แก่ อาหารทะเล เนื้อสัตว์ เครื่องใน ตับ ไข่ เลือดหมู
- วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และป้องกันการติดเชื้อ การบริโภควิตามินซีเพียงพอจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี ลดความเสี่ยงต่อการเป็นหวัดและการติดเชื้อต่าง ๆ
– อาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี ได้แก่ บล็อคโคลี่ ผักคะน้า พริกหวานสีต่างๆ มะระขี้น ดอกกะหล่ำ ในส่วนของผลไม้ ได้แก่ ฝรั่ง สตรอว์เบอร์รี่ มะขามป้อม กีวี่ ซึ่งเคล็ดลับในการทานผลไม้ให้ได้วิตามินซีสูงๆ คือการทานหลังอาหารทุกมื้อ ที่ร่างกายจะดูดซึมวิตามินซีได้ดีกว่าการทานทีละมากๆในครั้งเดียว
- แคลเซียม การได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอมีความสำคัญต่อการรักษามวลกระดูกและป้องกันโรคกระดูกพรุนในอนาคต การออกกำลังกายที่มีแรงกดดันต่อกระดูก เช่น การเดินหรือยกน้ำหนัก ร่วมกับการบริโภคแคลเซียมในอาหาร จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก
– อาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม ได้แก่ เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งฝอย นม ชีส งาดำ
- โพรไบโอติก เป็นจุลินทรีย์ดีที่ช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ช่วยยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียก่อโรค และส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน การบริโภคอาหารที่มีโพรไบโอติกสามารถช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น แต่ควรเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีโพรไบโอติกที่มีคุณภาพสูง และมั่นใจได้ว่า โพรไบโอติกไม่ตายก่อนส่งถึงลำไส้เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด
โพรไบโอติก (Probiotic) จะเข้าไปยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคไม่ให้มารบกวนการทำงานของลำไส้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้แบคทีเรียดีเจริญเติบโตได้ดี ลำไส้จึงทำงานได้อย่างเต็มที่ทั้งในส่วนของการสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ทำหน้าที่ย่อยและดูดซึมสารอาหารไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถบีบตัวลำเลียงกากอาหารที่เหลือไปยังทวารหนักเพื่อเตรียมขับออกจากร่างกาย ทำให้เราขับถ่ายได้ตามปกติทุกวัน นอกจากนี้ลำไส้ยังมีหน้าที่ในการสร้างสารสื่อประสาทสำคัญอย่างเซโรโทนินที่ช่วยให้สุขภาพจิตดี สมองปลอดโปร่ง มีสมาธิ และช่วยให้นอนหลับได้ดีอีกด้วย
– อาหารที่อุดมด้วยโพรไบโอติก ได้แก่ โยเกิร์ต นมเปรี้ยว กิมจิหรือผักดองชนิดอื่นๆ ซุปมิโซะ
การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และสารอาหารครบถ้วนควรทำไปพร้อมกับการดูแลสุขภาพด้านอื่นๆไปด้วย ทั้งการพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกายสม่ำเสมอตามที่กล่าวไปแล้ว ในส่วนของการทานอาหารถ้าอยากมั่นใจว่าได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอก็สามารถให้ตัวช่วยเป็นการทานวิตามินในรูปแบบอาหารเสริมควบคู่ไปด้วยได้ โดยเฉพาะโพรไบโอติก (Probiotic) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์มีชีวิตที่มีโอกาสถูกน้ำย่อยในทางเดินอาหารทำลายได้ง่าย การทานอาหารทั่วไปจึงอาจทำให้คุณได้รับโพรไบโอติกไม่เพียงพอ อาหารเสริมโพรไบโอติกจึงเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ ทั้งทำให้คุณใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นเพราะทานตอนไหน เมื่อไหร่ก็ได้ และมั่นใจได้แน่นอนว่าจะได้รับโพรไบโอติกในปริมาณที่มากพอจะเข้าไปดูแลลำไส้ให้ทำงานได้เป็นปกติ และส่งเสริมสุขภาพโดยรวมให้ดีขึ้นไปพร้อมกันได้ในระยะยาว
เสริมเกราะเหล็กให้ลำไส้ ด้วย Tactiva Trio-Probiotic 🛡