แจกเมนูชาวออฟฟิศ รวม 5 สารอาหารที่วัยทำงานต้องการ

วัยทำงานเป็นช่วงอายุที่เราจะทุ่มเทกับการสร้างตัวตามเป้าหมายชีวิต ด้วยความเร่งรีบและภาระที่รัดตัวหลายอย่าง ทำให้คนวัยนี้มักละเลยที่จะดูแลสุขภาพ เพราะให้ความสำคัญกับงานเป็นหลักและความที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ปัญหาสุขภาพจึงมีไม่มากจนทำให้รู้สึกชะล่าใจ ใช้ชีวิตหนักหน่วงและสะสมปัญหาสุขภาพไปเรื่อยๆ จนแสดงออกชัดเจนเมื่อร่างกายเริ่มรับไม่ไหว หรือเมื่อมีอายุมากขึ้น 

ปัญหาสุขภาพมักมาจากการไม่ดูแลคุณภาพชีวิตในเรื่องที่เป็นพื้นฐาน ยิ่งอยู่ในวัยทำงานที่ชีวิตส่วนใหญ่ต้องนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะแทบทั้งวัน พักผ่อนน้อย และมีความเครียดสูง ยิ่งควรใส่ใจกับการดูแลเรื่องโภชนาการ ตามคำกล่าวที่ว่า You are what you eat หรือกินแบบไหนก็ได้แบบนั้น สิ่งที่คุณกินเข้าไปมีโอกาสเป็นทั้งสารอาหารที่มีประโยชน์ ให้พลังงานกับร่างกาย และสามารถเป็นสารที่ให้โทษต่อร่างกายได้เช่นกัน 

แนะนำ 5 สารอาหารที่วัยทำงานต้องการ ยิ่งทานยิ่งดีต่อร่างกาย

  1. วิตามินดี แม้ว่าร่างกายของเราจะสังเคราะห์วิตามินดีได้เองจากการได้รับแสงแดด แต่ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งน้อยลง โดยเฉพาะวัยทำงานที่มักจะนั่งอยู่ในตึกทั้งวัน จึงทำให้ขาดโอกาสที่จะได้รับวิตามินดี ซึ่งถ้าเรารับวิตามินดีไม่เพียงพอก็จะส่งผลถึงระดับภูมิคุ้มกันลดลง เพราะร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ไม่ดี  ดังนั้นถ้าเราเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันได้ยาก ก็สามารถเสริมวิตามินดีจากการทานอาหารได้ดังนี้
    – อาหารที่อุดมด้วยวิตามินดี ได้แก่ ไข่แดง ธัญพืช เห็ด ตับ น้ำมันตับปลาและปลาที่มีน้ำมันสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า 
  1. ธาตุเหล็ก เป็นส่วนประกอบสำคัญของเลือด และช่วยพาออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ถ้าเราได้รับธาตุเหล็กเพียงพอก็จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการอ่อนเพลียลงได้ และยังทำให้ผิวสุขภาพดี ดูเปล่งปลั่งอีกด้วย 
    – อาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก ได้แก่ อาหารทะเล เนื้อสัตว์ เครื่องใน ตับ ไข่ เลือดหมู
  1. วิตามินซี นอกจากจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดการอักเสบในร่างกายแล้ว ใครไม่อยากป่วยหรือเป็นหวัดง่าย ต้องไม่ลืมที่จะเติมวิตามินซีให้เพียงพออยู่เสมอ  เพราะช่วยส่งเสริมให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานได้ดี ทำให้หลอดเลือดแข็งแรง และยังมีส่วนช่วยให้การสังเคาระห์คอลลาเจนทำได้ดี ส่งผลให้โครงสร้างผิวยืดหยุ่น จึงช่วยให้ผิวเนียนเรียบ ลดการเกิดริ้วรอย วิตามินซียังส่งเสริมให้เกิดการดูดซึมธาตุเหล็กให้ดียิ่งขึ้นได้ด้วย
    – อาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี ได้แก่ บล็อคโคลี่ ผักคะน้า พริกหวานสีต่างๆ มะระขี้น ดอกกะหล่ำ ในส่วนของผลไม้ ได้แก่ ฝรั่ง  สตรอว์เบอร์รี่ มะขามป้อม กีวี่ ซึ่งเคล็ดลับในการทานผลไม้ให้ได้วิตามินซีสูงๆ คือการทานหลังอาหารทุกมื้อ ที่ร่างกายจะดูดซึมวิตามินซีได้ดีกว่าการทานทีละมากๆในครั้งเดียว
  1. แคลเซียม คนในวัยทำงานร่างกายจะต้องการแคลเซียมเฉลี่ยวันละ  800-1,000 มิลลิกรัม ถ้าได้รับไม่พอจะทำให้มีแคลเซียมในเลือดลดลง จนร่างกายต้องไปดึงเอาแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ ทำให้มวลกระดูกลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนในอนาคต ดังนั้นเราจึงควรเสริมแคลเซียมให้ร่างกายอย่างเพียงพอทุกวัน ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายดึงเอาแคลเซียมที่เราทานไปเสริมความแข็งแรงของมวลกระดูกได้เต็มที่
    – อาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม ได้แก่ เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งฝอย นม ชีส งาดำ
  1. โพรไบโอติก เป็นจุลินทรีย์ที่กระจายอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย หน้าที่หลักคือการสร้างสมดุลให้ระบบต่างๆที่พวกมันอาศัยอยู่สามารถทำงานได้ตามปกติ โดยเฉพาะในส่วนของลำไส้ซึ่งเป็นส่วนที่มีชุมชนแบคทีเรียขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ในนั้น และกว่า 70% ของภูมิคุ้มกันก็อยู่ในลำไส้ด้วย

    โพรไบโอติก (Probiotic) จะเข้าไปยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคไม่ให้มารบกวนการทำงานของลำไส้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้แบคทีเรียดีเจริญเติบโตได้ดี ลำไส้จึงทำงานได้อย่างเต็มที่ทั้งในส่วนของการสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ทำหน้าที่ย่อยและดูดซึมสารอาหารไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถบีบตัวลำเลียงกากอาหารที่เหลือไปยังทวารหนักเพื่อเตรียมขับออกจากร่างกาย ทำให้เราขับถ่ายได้ตามปกติทุกวัน นอกจากนี้ลำไส้ยังมีหน้าที่ในการสร้างฮอร์โมนสำคัญอย่างเซโรโทนินที่ช่วยให้สุขภาพจิตดี สมองปลอดโปร่ง มีสมาธิ และช่วยให้นอนหลับได้ดีอีกด้วย
    – อาหารที่อุดมด้วยโพรไบโอติก ได้แก่ โยเกิร์ต นมเปรี้ยว กิมจิหรือผักดองชนิดอื่นๆ ซุปมิโซะ ชีสบางชนิด

การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และสารอาหารครบถ้วนควรทำไปพร้อมกับการดูแลสุขภาพด้านอื่นๆไปด้วย ทั้งการพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกายสม่ำเสมอตามที่กล่าวไปแล้ว ในส่วนของการทานอาหารถ้าอยากมั่นใจว่าได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอก็สามารถให้ตัวช่วยเป็นการทานวิตามินในรูปแบบอาหารเสริมควบคู่ไปด้วยได้ โดยเฉพาะโพรไบโอติก (Probiotic) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์มีชีวิตที่มีโอกาสถูกน้ำย่อยในทางเดินอาหารทำลายได้ง่าย การทานอาหารทั่วไปจึงอาจทำให้คุณได้รับโพรไบโอติกไม่เพียงพอ อาหารเสริมโพรไบโอติกจึงเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ ทั้งทำให้คุณใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นเพราะทานตอนไหน เมื่อไหร่ก็ได้ และมั่นใจได้แน่นอนว่าจะได้รับโพรไบโอติกในปริมาณที่มากพอจะเข้าไปดูแลลำไส้ให้ทำงานได้เป็นปกติ และส่งเสริมสุขภาพโดยรวมให้ดีขึ้นไปพร้อมกันได้ในระยะยาว

บทความแนะนำ
โยเกิร์ตที่คุณทาน อาจไม่มีโพรไบโอติกที่คุณต้องการอยู่ในนั้น
เคล็ดลับแก้ปัญหาท้องผูกในผู้สูงอายุวัยทอง พร้อมทางลัดดูแลสุขภาพระยะยาวด้วยโพรไบโอติก
6 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโพรไบโอติก (Probiotic) ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
อาการกรดไหลย้อน สาเหตุเกิดจากอะไร รักษาด้วยโพรไบโอติกได้อย่างไร
กินโพรไบโอติกให้ได้ผลต้องทำอย่างไร ควรกินโพรไบโอติกตอนไหนดีที่สุด
เพิ่มสารแห่งความสุขและความสงบ เซโรโทนินด้วยการปรับปรุงสุขภาพลำไส้
โพรไบโอติก (Probiotic) คืออะไร เลือกอย่างไร กินอย่างไร รู้ก่อนสุขภาพดีก่อน (Update: November 2023)
ขับถ่ายปกติอยู่แล้ว จำเป็นต้องกินโพรไบโอติกด้วยหรือ?
โพรไบโอติกที่บรรจุในแคปซูลทนกรด (Acid resistant capsule) ดีกว่าอย่างไร
จะรู้ได้อย่างไรว่าทานโพรไบโอติกแล้วได้ผล มีวิธีสังเกตอย่างไร
เชื่อหรือไม่ ถ้าลำไส้ดี สุขภาพจิตก็ดีตาม ภาวะซึมเศร้ากับสมดุลในลำไส้ เกี่ยวข้องกันอย่างไร
ท้องผูกแก้ไม่หาย ทั้งที่กินผักเยอะ เกิดจากอะไร
บทความอื่นๆ

ส่วนลดพิเศษ 30% สำหรับสมาชิก

ลูกค้าเก่าเพียงล็อกอิน เพื่อเข้ามาสั่งซื้อสินค้า และลูกค้าใหม่สมัครสมาชิกเพื่อเข้ามาสั่งซื้อ รับรหัสส่วนลดไปเลยทันที 30% หรือทักแอดมินไปทางไลน์เพื่อขอส่วนลด 30% ได้ทันที
*สงวนสิทธิ์ 1 ท่านต่อ 1 สิทธิ์เท่านั้น