โยเกิร์ตที่คุณทาน อาจไม่มีโพรไบโอติกที่คุณต้องการอยู่ในนั้น

โยเกิร์ต-ที่คุณทาน-อาจไม่มี-โพรไบโอติก-yogurt-probiotic

โยเกิร์ต (Yogurt) เป็นแหล่งรวมสารอาหารที่มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น แคลเซียม โปรตีน วิตามินบี และในช่วงหลังมานี้ผู้บริโภคก็เริ่มคุ้นเคยกับชื่อ “โพรไบโอติก” (Probiotic) ที่หลายแบรนด์หยิบมาใช้ทำการตลาดมากขึ้น ด้วยความที่เป็นแบคทีเรียดีที่ร่างกายของเราต้องการและช่วยส่งเสริมการทำงานของหลายๆ ระบบ โดยเฉพาะการย่อย การขับถ่าย และส่งเสริมภูมิคุ้มกัน
การที่ผู้บริโภคหันมาสนใจเพิ่มการดูแลตัวเองด้วยโพรไบโอติกถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีหลายท่านที่ไม่ทราบวิธีการเลือกทานโพรไบโอติกให้ได้ประโยชน์สูงสุด เพราะมีความเข้าใจว่าการทานโยเกิร์ตไม่ว่าจะเป็นของแบรนด์อะไรก็ได้โพรไบโอติกเหมือนกันหมด ซึ่งความจริงแล้วอาจไม่เป็นแบบนั้น

โยเกิร์ตทุกชนิด มีโพรไบโอติกที่เราต้องการจริงหรือ?

โยเกิร์ตไม่ได้มีแบคทีเรียดีหรือโพรไบโอติก (Probiotic) เสมอไป เพราะบางแบรนด์จะใช้เชื้อสายพันธุ์อื่นมาหมักนมให้เกิดเป็นเนื้อโยเกิร์ตเท่านั้น เราจึงได้แค่ความอร่อยแต่ไม่ได้ประโยชน์จากแบคทีเรียดี (วิธีสังเกตคือที่บรรจุภัณฑ์จะไม่ระบุว่ามีแบคทีเรียที่มีชีวิต)
ในส่วนของโยเกิร์ตที่ใช้แบคทีเรียดีในการหมัก บางแบรนด์ก็อาจจะไม่ได้ใช้สายพันธุ์ที่ดูแลลำไส้หรือให้ประโยชน์ตามที่เราต้องการได้ เพราะในธรรมชาติแล้วจะมีแบคทีเรียอยู่นับหมื่นนับแสนสายพันธุ์ แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกสายพันธุ์จะถูกหยิบขึ้นมาทำการวิจัยแม้แต่ในโยเกิร์ตบางแบรนด์ที่อาจจะไม่ได้เน้นชูจุดขายเรื่องโพรไบโอติก จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำวิจัยถึงประโยชน์ของสายพันธุ์ที่มีในโยเกิร์ตของตัวเองอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าโพรไบโอติกที่ไม่มีงานวิจัยรองรับจะไม่มีประโยชน์เสมอไปนะครับ เพียงแต่เราไม่สามารถมั่นใจได้ว่าทานไปแล้วจะได้ประโยชน์ตามที่คาดหวังหรือไม่ อาจกล่าวได้ว่าเป็นเหมือนการเสี่ยงดวง ถ้าบังเอิญทานโพรไบโอติกสายพันธุ์ใกล้เคียง หรือเป็นสายพันธุ์ที่สามารถส่งเสริมการเติบโตของแบคทีเรียดีในลำไส้ของเราได้ ก็ถือเป็นความโชคดีของผู้บริโภค แต่ถ้าไม่ใช่ก็อาจต้องเสียเวลาเริ่มต้นใหม่เพื่อหาสิ่งที่ใช่อีกที

วิธีเลือกโยเกิร์ตให้ได้ประโยชน์สูงสุด

  • หากเราตั้งใจจะทานโยเกิร์ตเพื่อส่งเสริมสุขภาพดีทุกวัน ควรเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ที่ไม่มีการเติมน้ำตาล ส่วนผสมหรือรสชาติอื่นๆ เข้าไป เช่น เนื้อผลไม้เชื่อม วุ้นผลไม้ คุ๊กกี้หรือขนมอบที่บดเป็นชิ้นเล็กๆ สิ่งเหล่านี้มักมีน้ำตาลสูง 
  •  เลือกโยเกิร์ตที่มีโปรตีนสูง เพราะโปรตีนจะช่วยให้เรารู้สึกอยู่ท้องและอิ่มนาน โดยเฉพาะผู้ที่พยายามคุมน้ำหนัก การทานโปรตีนอย่างเพียงพอจะช่วยลดความรู้สึกอยากทานจุกจิกได้ โยเกิร์ตที่คุณทานควรมีโปรตีนอย่างน้อย 5 กรัม ต่อถ้วย ซึ่งกรีกโยเกิร์ตจะมีโปรตีนมากที่สุดเมื่อเทียบกับโยเกิร์ตชนิดอื่นๆ บางตัวมีโปรตีนสูงถึง 16 กรัม ต่อถ้วย เลยทีเดียว
  • ให้ความสำคัญเรื่องการเลือกโยเกิร์ตที่มีผลการวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของโพรไบโอติกสายพันธุ์ที่ทางแบรนด์เลือกใช้ ว่าสามารถให้ผลได้จริงในเรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะลำไส้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรโฟกัสมากกว่าใส่โพรไบโอติกมาให้กี่สายพันธุ์ (การใช้สายพันธุ์เยอะ ไม่ได้แปลว่าจะดีกว่า ถ้าสายพันธุ์ที่ให้มาไม่ได้ให้ประโยชน์ต่อร่างกายเลย)

หากไม่อยากทานโยเกิร์ต มีทางเลือกอื่นที่ทำให้เราได้ทานโพรไบโอติกทุกวันไหม?

แม้โพรไบโอติกจะมีประโยชน์มาก แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบทานโยเกิร์ต อาจเพราะไม่ชอบรสชาติ ต้องการหลีกเลี่ยงน้ำตาล หรือไม่สะดวกเก็บในตู้เย็น อย่างไรก็ตาม คุณยังสามารถรับโพรไบโอติกทุกวันได้โดยการทานอาหารเสริมโพรไบโอติก ซึ่งนอกจากจะสะดวกแล้ว ยังมีปริมาณโพรไบโอติกสูงกว่าโยเกิร์ต โดยทั่วไป 1 หน่วยบริโภคของอาหารเสริมมีปริมาณโพรไบโอติกไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้าน CFU ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ในการเลือกอาหารเสริมโพรไบโอติกที่ดี ควรคำนึงถึง:

  1. สายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการของคุณ โดยเฉพาะสามารถดูแลและฟื้นฟูสุขภาพลำไส้ และที่สำคัญควรมีงานวิจัยรับรองประสิทธิภาพ
  2. ผลิตภัณฑ์ที่บรรจุในแคปซูลที่ทนกรด (Acid Resistant) เพื่อให้โพรไบโอติกสามารถผ่านน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไปถึงลำไส้ได้โดยไม่สูญเสียคุณภาพ
  3. ผลิตจากโรงงานที่ออกแบบมาเพื่อการผลิตอาหารเสริมโพรไบโอติกโดยเฉพาะ เพื่อรับประกันคุณภาพโพรไบโอติกจนถึงมือผู้บริโภค

นอกจากอาหารเสริมแล้ว การทานผักและผลไม้ที่มีใยอาหารสูงยังเป็นวิธีธรรมชาติในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของโพรไบโอติกในลำไส้ ผักและผลไม้เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติก ซึ่งช่วยเป็นอาหารให้โพรไบโอติกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือการทานผักที่หลากหลายในแต่ละสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม หากในลำไส้ของคุณมีโพรไบโอติกน้อย การเสริมด้วยอาหารเสริมโพรไบโอติกก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเพิ่มจำนวนและความหลากหลายของโพรไบโอติก ช่วยรักษาสมดุลในลำไส้และปกป้องร่างกายจากเชื้อโรค

ไม่ว่าจะเลือกทานโยเกิร์ต อาหารเสริม หรือผักผลไม้ สิ่งสำคัญคือการเลือกที่เหมาะสมกับสุขภาพของคุณ เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดจากโพรไบโอติก

เสริมเกราะเหล็กให้ลำไส้ ด้วย Tactiva Trio-Probiotic 🛡

บทความแนะนำ
อาการ กรดไหลย้อน สาเหตุ วิธีรักษา
อาการ กรดไหลย้อน สาเหตุเกิดจากอะไร รักษาด้วยโพรไบโอติกได้อย่างไร
เสียสมดุลแบคทีเรียดี-โพรไบโอติก-ตกขาว-คัน-ช่องคลอด
อาการคัน ตกขาว ที่ช่องคลอด อาจเกิดจากการเสียสมดุลแบคทีเรียดีหรือโพรไบโอติก
1-1 แจกเมนูชาวออฟฟิศ-สารอาหาร-วัยทำงาน-โพรไบโอติก
แจกเมนูชาวออฟฟิศ รวม 5 สารอาหารที่วัยทำงานต้องการ
99 ปี-ทานโพรไบโอติก-แก้ท้องผูก-ได้ผล
ผู้สูงอายุทานโพรไบโอติกแก้ท้องผูกได้ไหม? มาดูประสบการณ์ดูแลลำไส้ของลูกค้าวัย 99 ปี ที่ทาน Tactiva เป็นประจำ 
บทความอื่นๆ
โพรไบโอติก-สารอาหารสารพัดประโยชน์-แก้ขับถ่ายยาก-ดูแลสุขภาพลำไส้-บำรุงกระดูก
โพรไบโอติก สารอาหารสารพัดประโยชน์ แก้ ขับถ่ายยาก ดูแลสุขภาพลำไส้ ไปจนถึงบำรุง กระดูก
ลำไส้ขี้เกียจ-โพรไบโอติก probiotic 1
ลำไส้ขี้เกียจคืออะไร อาการเป็นอย่างไร การทานโพรไบโอติกช่วยป้องกันลำไส้ขี้เกียจได้หรือไม่
แจกเมนูอาหารตามช่วงเวลา-ลำไส้ดี-เพิ่มโพรไบโอติก
แจกเมนูอาหารสุขภาพดี กินอย่างไรให้ดีต่อร่างกาย ลำไส้ไม่พัง
โพรไบโอติก ประโยชน์
โพรไบโอติก มีวิธีเลือกอย่างไร แบบไหนจะได้ประโยชน์สูงสุด

สินค้าของเรา