กลั้นอุจจาระบ่อย มีผลเสียอย่างไร มีความเสี่ยง มะเร็งลำไส้ จริงหรือ

กลั้นอุจจาระ-เสี่ยงมะเร็งลำไส้-ป้องกัน-โพรไบโอติก

กลั้นอุจจาระถือเป็นปัญหาสำหรับคนเมืองส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ เพราะในทุกเช้าต้องเดินทางไปที่ทำงานซึ่งมักจะอยู่ไกลจากที่พักและยังต้องเจอกับปัญหารถติด ทำให้ต้องใช้เวลาร่วมชั่วโมงในการเดินทาง โดยในช่วงเวลานี้เองก็ตรงกับช่วงที่นาฬิกาชีวิตของเรามีการกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายทำงาน เมื่อเราต้องติดอยู่บนรถยนต์ส่วนตัวหรือแม้แต่บนรถโดยสารสาธารณะก็ยากที่จะทำธุระส่วนตัวได้ จึงต้องทนกลั้นอุจจาระเอาไว้ กว่าจะไปถึงที่หมายก็หายปวดและอาจไม่รู้สึกอยากขับถ่ายไปทั้งวันหรือข้ามไปอีกวันเลย การที่เราฝืนธรรมชาติของระบบร่างกายบ่อยๆ ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวแน่นอน สำหรับการกลั้นอุจจาระบ่อยก็จะส่งผลต่อระบบขับถ่ายและสามารถลุกลามไปถึงระบบอื่นๆที่เชื่อมโยงกันได้

กลั้นอุจจาระบ่อย ส่งผลเสียอย่างไรบ้าง

1. ระบบขับถ่ายแปรปรวน เพราะพอถึงเวลาอยากถ่ายเรากลับกลั้นอุจจาระเอาไว้ ถ้าทำบ่อยๆ ระบบขับถ่ายอาจรวน เพราะร่างกายเกิดการเรียนรู้ว่าเมื่อไรที่ถึงเวลาต้องถ่าย เราจะไม่อยากถ่ายนะไม่ต้องกระตุ้นให้ปวด สุดท้ายเราจึงกลายเป็นคนขับถ่ายไม่เป็นเวลาหรือถ่ายยากขึ้น

2. ท้องผูก เพราะเราไม่ยอมถ่ายแล้วอุจจาระยิ่งสะสมในลำไส้มากขึ้น น้ำในอุจจาระก็ค่อยๆถูกร่างกายดูดไปเรื่อยๆ ทำให้อุจจาระแข็งและขับถ่ายยากกว่าเดิม ใครที่ชอบกลั้นอุจจาระบ่อยๆ อุจจาระก็จะยิ่งเข้าไปสะสม อัดแน่นที่ปลายลำไส้ เกิดเป็นภาวะอุจจาระอุดตันที่นำไปสู่การเกิดอาการท้องผูกเรื้อรัง

3. ร่างกายสะสมสารพิษ เป็นสิ่งที่เกิดต่อเนื่องจากการที่ร่างกายดูดน้ำจากอุจจาระกลับไปใช้ ซึ่งไม่ต้องบอกก็คงพอจะเดาออกว่าน้ำที่ร่างกายดูดไปอุดมไปด้วยเชื้อโรคและสารพิษทั้งนั้น ยิ่งปล่อยให้ท้องผูกนานๆ ร่างกายก็ยิ่งเกิดการสะสมของเสียเหล่านี้

4. เกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น เพราะสารพิษและเชื้อโรคที่ถูกดูดกลับมาพร้อมน้ำจากอุจจาระก็กลับมาทำร้ายร่างกายของเราด้วย เริ่มจากรู้สึกเฉื่อยชาเพราะไม่สบายท้องจากการที่ร่างกายไม่ยอมขับถ่าย และจะเริ่มรู้สึกแย่ลงเรื่อยๆ ไม่สดชื่น สมองตื้อ รู้สึกคลื่นไส้ และอ่อนเพลียตามมา

5. เกิดริดสีดวงทวาร จากการที่ร่างกายต้องระบายอุจจาระที่แข็งออกบ่อยๆ ทำให้เนื้อด้านในทวารหนักเกิดบาดแผลหรือปลิ้นออกมาด้านนอก บางรายอาจมีเลือดปนออกมาตอนขับถ่ายอุจจาระด้วย

6. ป่วยเป็น มะเร็งลำไส้ ถือเป็นขั้นสุดท้ายของอาการทั้งหมดที่กล่าวมา เมื่อมีพิษและเชื้อโรคสะสมในลำไส้ต่อเนื่องกันนานๆ ก็จะเกิดการอักเสบและติดเชื้อบ่อยขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้นั่นเอง

ไม่อยากกลั้นบ่อย เพราะไม่อยากเสี่ยงก็ต้องจัดระบบชีวิตกันสักหน่อย เริ่มจากการฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา ซึ่งนอกจากเรื่องการจัดตารางเวลาในการทำกิจวัตรตอนเช้าให้ลงตัวแล้วอาหารก็มีความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ ควรทานอาหารที่ช่วยส่งเสริมการขับถ่าย เช่น อาหารที่ย่อยง่าย มีกากใยสูง รวมถึงอาหารที่มีโพรไบโอติก (Probiotic) จุลินทรีย์ชนิดดีที่เข้ามาขัดขวางการทำงานของแบคทีเรียก่อโรค ทำให้ลำไส้สะอาด ระบบย่อยและระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เสริมเกราะเหล็กให้ลำไส้ ด้วย Tactiva Trio-Probiotic 🛡

บทความแนะนำ
แก้ท้องผูกในวัยทอง-ผู้สูงอายุ-ขับถ่าย*โพรไบโอติก-probiotic
ทำไม ผู้สูงอายุ จึงมักมีปัญหา ท้องผูก และจะแก้ไขได้อย่างไร? โพรไบโอติก ช่วยได้อย่างไร?
กินโพรไบโอติก-ตอนไหน-ได้ผลดี
เวลาในการ กินโพรไบโอติก ให้ได้ผลดีที่สุด ต้องกินโพรไบโอติกตอนไหน 
แบคทีเรีย โพรไบโอติก probiotic
ทำไมเราจึงควรเลี้ยง แบคทีเรีย ในลำไส้ แบคทีเรียดีหรือ โพรไบโอติก (Probiotic) มีประโยชน์อย่างไรกับร่างกาย
กลิ่นปาก ปากเหม็น โพรไบโอติก probiotic
แปรงฟันบ่อย เเล้วทำไมยัง มีกลิ่นปาก!?? ไปหาคำตอบจากเรื่องนี้กันครับ
บทความอื่นๆ
ต้านโควิด-สายพันธุ์ใหม่-โพรไบโอติก-probiotic
ตั้งรับ โควิดสายพันธุ์ใหม่ (Covid) ด้วยโพรไบโอติก แบคทีเรียดี ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันจากภายในให้แกร่งไม่มีตก
กินโพรไบโอติก-ได้ผล-ดูจากอะไร
จะรู้ได้อย่างไรว่าทานโพรไบโอติกแล้วได้ผล มีวิธีสังเกตอย่างไร
น้ำหนักไม่ลด-ควบคุมน้ำหนัก-ออกกำลังกาย-โพรไบโอติก
น้ำหนักไม่ยอมลด ทั้งที่คุมอาหาร ออกกำลังกายหนัก เป็นเพราะอะไร การขับถ่ายมีผลไหม? โพรไบโอติกช่วยลดน้ำหนัก?
TACTIVA TRIO-PROBIOTIC
TACTIVA TRIO- PROBIOTIC: ผลลัพธ์จากการวิจัยใน โพรไบโอติก

สินค้าของเรา