กินโพรไบโอติกให้ได้ผลต้องทำอย่างไร ควรกินโพรไบโอติกตอนไหนดีที่สุด

กินโพรไบโอติก อย่างไร ให้ได้ผล

อยากกินโพรไบโอติกให้ได้ผลต้องทำอย่างไร?

หลายคนที่เพิ่งเริ่มทานโพรไบโอติกอาจสงสัยว่าต้องทานอย่างไรจึงจะได้ผลสูงสุด ความจริงแล้วการทานโพรไบโอติกก็เหมือนกับการบำรุงสุขภาพทั่วไป ทานได้ทุกวันไม่ต่างจากวิตามิน แต่เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด เรามีเคล็ดลับง่ายๆ มาแนะนำครับ:

เคล็ดลับการกินโพรไบโอติกให้ได้ผล

  1. ทานอย่างต่อเนื่องในช่วงแรก ควรทานโพรไบโอติกทุกวันอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 เดือนแรก เพื่อให้จุลินทรีย์ดีปรับสมดุลในลำไส้ได้อย่างเต็มที่ ลูกค้าบางรายอาจเริ่มเห็นผลภายใน 3-7 วัน บางคนอาจใช้เวลานานถึง 1 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพลำไส้ของแต่ละคนครับ เมื่อเห็นผลแล้ว อาจลดการทานเหลือวันเว้นวัน

  2. ทานก่อนหรือระหว่างมื้ออาหาร ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทานโพรไบโอติกคือก่อนหรือระหว่างมื้ออาหาร เนื่องจากเป็นช่วงที่ระบบทางเดินอาหารมีความเป็นกรดต่ำ จึงช่วยลดการทำลายโพรไบโอติกโดยน้ำย่อย และควรหลีกเลี่ยงการทานโพรไบโอติกพร้อมกับแอลกอฮอล์

  3. เลือกทานอาหารเสริมที่ใช้แคปซูลทนกรด แคปซูลทนกรด (Acid Resistant Capsule) เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าแคปซูลทั่วไปถึง 10 เท่าในการปกป้องโพรไบโอติกจากน้ำย่อย จึงช่วยให้โพรไบโอติกไปถึงลำไส้ได้ในปริมาณที่มากขึ้นและยังคงคุณภาพสูงพร้อมทำงานทันที

  4. เพิ่มพรีไบโอติกควบคู่กันไป พรีไบโอติกเป็นใยอาหารที่ช่วยเป็นอาหารของโพรไบโอติก ให้พวกมันเติบโตและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พรีไบโอติกพบได้ในอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว และกระเทียม การทานพรีไบโอติกร่วมกับโพรไบโอติกจะช่วยเสริมสร้างสมดุลในลำไส้ได้ดียิ่งขึ้น 

  5. เลือกสายพันธุ์โพรไบโอติกที่ตอบโจทย์ โพรไบโอติกมีหลายสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติต่างกัน ควรเลือกสายพันธุ์ที่มีจุดเด่นที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ เช่น โพรไบโอติกที่ช่วยในเรื่องการฟื้นฟูระบบย่อยอาหาร เสริมภูมิคุ้มกัน หรือต้านไวรัส

ตัวอย่างเชื้อโพรไบโอติกใน TACTIVA TRIO-PROBIOTIC:

  • SNZ1969: ช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ดีและยับยั้งเชื้อร้าย
  • SYNBIO100: ยึดเกาะผนังลำไส้ได้ดี ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
  • CRL1505: ต้านเชื้อไวรัสทั้งในระบบหายใจและทางเดินอาหาร
  1. เลือกโพรไบโอติกในปริมาณที่เพียงพอ โพรไบโอติกแต่ละสายพันธุ์จะมีปริมาณที่ส่งผลดีที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรเลือกโพรไบโอติกที่มีผลวิจัย ทั้งนี้โดยทั่วไป ควรทานโพรไบโอติกในปริมาณมากกว่า 1 พันล้าน CFU ต่อวัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และสำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ ควรเลือกปริมาณที่สูงกว่านี้

แค่ทำตามข้อแนะนำทั้งหมดนี้ ก็มั่นใจได้แล้วครับว่าโพรไบโอติกที่เรากินเข้าไป ไม่ได้กินแล้วเสียเปล่า ร่างกายได้รับประโยชน์เต็มที่ และนอกจากการทานโพรไบโอติกแล้ว ก็ควรดูแลสุขภาพโดยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบถ้วน ออกกำลังกายเป็นประจำ และพักผ่อนให้เพียงพอควบคู่ไปด้วย เพื่อสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอกในระยะยาวนะครับ

ถ้าคุณอยากอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโพรไบโอติกปูพื้นตั้งแต่พื้นฐาน ลองอ่านบทความนี้ครับ โพรไบโอติก (Probiotic) คืออะไร เลือกอย่างไร กินอย่างไร รู้ก่อนสุขภาพดีก่อน – Tactiva

หรือถ้าคุณลูกค้าไม่อยากคิดมากและ อยากจะรับประทานโพรไบโอติกที่ผ่านการคิดมาอย่างดี โดยผู้เชี่ยวชาญ ที่ทำงานเรื่องโพรไบโอติกมากกว่า 10 ปี มีปริมาณมาก และมีผลงานวิจัย อยากให้ทดลอง Tactiva Rise Up probiotic หรือ Tactiva Daily Up probiotic รับรองว่าได้ประโยชน์ครบถ้วน สามารถติดต่อปรึกษาได้ทาง Line หรือช่องทางอื่นๆได้เลยครับ

เสริมเกราะเหล็กให้ลำไส้ ด้วย Tactiva Trio-Probiotic 🛡

บทความแนะนำ
โพรไบโอติก ประโยชน์
โพรไบโอติก มีวิธีเลือกอย่างไร แบบไหนจะได้ประโยชน์สูงสุด
กลั้นอุจจาระ-เสี่ยงมะเร็งลำไส้-ป้องกัน-โพรไบโอติก
กลั้นอุจจาระบ่อย มีผลเสียอย่างไร มีความเสี่ยง มะเร็งลำไส้ จริงหรือ
ไมเกรน-ลำไส้อ่อนแอ-โพรไบโอติก
ปวดหัวไมเกรน เกิดจากลำไส้อ่อนแอ แบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุลจริงหรือ
ซ่อมร่างที่พัง-หลังออกกำลังกายหนัก-ด้วย โพรไบโอติก-Tactiva
ออกกำลังกายหนักเกินไป ส่งผลเสียอย่างไรบ้าง โพรไบโอติกช่วยซ่อมแซมร่างกายที่พังหลังใช้งานหนักได้อย่างไร
บทความอื่นๆ
ท้องอืด ไม่อยากอาหาร โพรไบโอติก Probiotic
ไม่รู้สึกอยากอาหาร ท้องอืดบ่อย ต้องอ่าน
โพรไบโอติก-probiotic-อุจจาระตกค้าง-ท้องผูก
ภาวะ อุจจาระตกค้าง ไม่ว่าใครก็มีความเสี่ยง อยากหลีกเลี่ยงต้องทำอย่างไร โพรไบโอติก ช่วยได้ไหม
ปัญหาทางเดินอาหาร-ผู้สูงอายุ-กระเพาะ-ลำไส้-โพรไบโอติก
อย่าปล่อยให้เสื่อมจนทรุด ปัญหาระบบทางเดินอาหารในผู้สูงอายุที่ต้องรีบดูแล
โพรไบโอติก-probiotic-ควรเก็บในตู้เย็น-หรือไม่
โพรไบโอติกควรเก็บในตู้เย็นจริงหรือ? การเก็บรักษาโพรไบโอติก: วิธีดูแลให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด และโพรไบโอติกหมดอายุกินได้ไหม

สินค้าของเรา